ถึงญี่ปุ่น 12 มีนาคม 2556
กลับ 1 เมษายน 2556
 
นี่ไม่ใช่ครั้งแรกของการไปต่างประเทศ และไม่ใช่ครั้งแรกที่ไปญี่ปุ่น
แต่...มันเป็นครั้งแรกที่ไปต่างประเทศด้วยตัวคนเดียว  Cry
ตอนแรกก็แอบหวั่น...แต่มีไอโฟน มีดิก ภาษาก็ใช่จะไม่เป็น ความกังวลเลยน้อยลงไปเยอะ
 
ครั้งแรกที่ไป คือไปกับ ไมนิจิ (โรงเรียนสอนภาษา และมีทัวร์สำหรับนักเรียน นักศึกษา)
ครั้งนั้นไปแบบสบายมากๆๆๆๆ คือไกด์จัดให้ทุกอย่าง แทบไม่ต้องทำอะไรเองเลย
ส่วนครั้งนี้ ผิดกันลิบ! อะไรๆ ก็ต้องจัดการด้วยตัวเอง
เริ่มจากวีซ่าก่อนเลย ปัญหาล้านแปดมาก!!!
 
บันทึก 'วีซ่าบ้าบอ'
ก่อนอื่นก็ยื่นขอไปเดี่ยวๆ...แล้ววันถัดมาก็ได้รับโทรศัพท์จากสถานทูต
ยังจำเบอร์ได้อยู่เลย ลงท้ายด้วย 3333 -_-;
ปลายสายก็ถามว่า คราวก่อนที่ขอวีซ่าผ่านแล้ว แต่ทำไมไม่ไป
เราก็เงิบไปนิดๆ แล้วก็คิดคำตอบไม่ทัน...คือตอนนั้นก็แค่อยากขออ่ะ 555 เออ แต่จะตอบแบบนั้นก็ใช่เรื่อง
เลยตอบไปว่า ของหนูผ่าน แต่พ่อแม่ไม่ผ่านค่ะ เลยไม่มีคนพาไป
เท่านั้นแหละ ปัญหามาเยือน -O-! ทางสถานทูตบอก งั้นขอยืดระยะเวลาการพิจารณาวีซ่าไปก่อนนะคะ
แล้วก็หายไปเลย ไม่มีการติดต่อมาอีก เป็นอาทิตย์ๆ เราก็เลยโทรไปเร่งเอง!
ก็ผัดผ่อนกันประมาณ2-3รอบ จนสุดท้าย ทนไม่ไหวแล้ว ไม่อยากจะรอแล้ว แม่ก็เลยจัดการโทรไปขอพาสปอร์ตคืนเลย
เชื่อมั้ยว่าพอบอกชื่อพาสปอร์ตของเรา ทางสถานทูตพูดขึ้นมาเลยว่า อ๋อ น้องที่เรียน Abac ใช่มั้ยคะ
(ทวงจนจำได้ว่าฉันเป็นใคร!) พอแม่บอกจะเอาเล่มคืน เท่านั้นแหละ ทางนั้นก็ถามว่า ตกลงไม่ไปแล้วเหรอ แม่ก็ร่ายไปว่า ก็วีซ่าไม่ออกซักที จะให้ไปยังไง...อะไรประมาณนั้น แล้วจู่ๆ ทางสถานทูตก็บอกจะจัดการให้ทันที
เออ แล้วพอไปรับเล่ม ก็ปรากฏว่าได้วีซ่ามา 90 วัน (ให้เยอะด้วย แล้วตอนแรกไม่รู้จะไปดองไว้ทำไม)
 
 
 
บันทึก 'ความกังวลในสนามบิน'
หลังได้วีซ่ามาปั๊บก็ตัดสินใจจะบินไปญี่ปุ่น (ตอนแรกนึกว่าวีไม่ผ่านจะไปเกาหลีกับครอบครัวแล้ว ถึงได้ขอเล่มคืนไง)
พอมาดูราคาตั๋ว...โอ๊มายก๊อด 25000+ ทั้งนั้นเลย เจ๊จะเป็นลม >_
แต่พอดูดีๆ...อ๊ะ! มี 17000 ด้วย >_< สายการบิน คาเธ่แปรซิฟิก กำหนดการบินคือ สามวันหลังได้วีซ่า 555
บินเร็วมาก~ แถมยังต้องไปแวะเปลี่ยนเครื่องที่ฮ่องกงอีกกกก~
แล้วคือก่อนไปไม่ได้นอนเลย...อยู่บนเครื่องก็ไม่ได้นอนอีก ช่วงรอเปลี่ยนเครื่องสามชั่วโมง เราก็เลยหลับซะหน่อย
พอเครื่องใกล้ๆ ขึ้น แม่ก็โทรมาปลุก 5555 
ทีนี้ปัญหาถัดมาคือ กรอกใบเข้าเมือง TwT มันมีบางอย่างที่ใช้ดิกแปลแล้วไม่รู้เรื่อง แต่สุดท้ายก็ซุยไป
ตอนเข้าช่อง ตม. ก็ใจไม่ค่อยดีเท่าไหร่ เพราะเป็นผู้หญิงมาตัวคนเดียว กลัวเด้งเหลือเกิน
ในหัวเตรียมศัพท์ไว้พร่้อมทั้งอังกฤษและญี่ปุ่น...พอมาถึงคิวปั๊บ~ ชะแว้ง~ ปั๊มๆ รับเล่ม จบ Laughing 
(ไม่ถามไรเลย...รู้สึกช่วงที่เราไปเนี่ย ไม่ว่าจะ ตม.หรือวีซ่าค่อนข้างจะปล่อยๆ นะ ไม่เข้มงวดอย่างปกติ)
 
บันทึก 'เดินทางไปยังที่พัก'
บอกก่อนว่า ที่มาคนเดียวนี่ไม่ได้จะไปนอนโรงแรมแต่อย่างใด จะไปพักที่บ้านป้า Embarassed
แล้วก็ตกลงกันเรียบร้อยแล้วว่าเดี๋ยวป้าจะมารับที่สนามบิน
ทว่า...ความกลัวบังเกิด...หลังผ่าน ตม. ออกมา ก็หาตู้โทรศัพท์หยอดเหรียญ แต่ปรากฏว่าโทรไปไม่ติด
อ่ะ ไม่เป็นไร ยังไม่ตกใจเท่าไหร่ ลองใช้มือถือตัวเองโทรเข้าดูแล้วกัน...ช๊ะ ไม่ติดอีก Foot in mouth
ดังนั้นเลยตัดสินใจโทรหาแม่ บอกว่ามือถือเป็นไรไม่รู้ โทรเข้าเบอร์ป้าไม่ติด (ไม่มีไรมาก รู้ทีหลังว่าเมมมาผิด)
แม่ก็โทรหาป้า แล้วก็บอกว่าเรารออยู่ตรงไหน อะไรยังไง...
และแล้ว...ประมาณครึ่งชั่วโมงผ่านไป ในที่สุดก็ได้เจอกับคุณป้าเสียที (อ๊ากกก~)
ทว่า...ปัญหาในวันนี้ยังไม่หมดสิ้น อันเนื่องมาจากว่า "ป้า-นั่ง-รถ-แท็ก-ซี่-มา-รับ-!"
คิดว่าทุกคนคงรู้ ค่าแท็กซี่ญี่ปุ่นโหดขนาดไหนนนนน! ป้านั่งมารับไม่พอ ป้าให้แท็กซี่จอดรอด้วยจ้า!
คือมันอย่างนี้นะ...เนื่องจากป้า(เป็นคนไทย)ไม่มีใบขับขี่สากล เลยไม่กล้าขับรถมาสนามบิน
ป้าจอดรถไว้ที่สถานีรถไฟนาริตะ แล้วเรียกแท็กซี่มาที่นาริตะคูโค (สนามบินนาริตะ) แล้วป้าแกก็ให้แท็กซี่คันนั้นจอดรอ
แน่นอนว่าเราเป็นคนรบกวนเขาให้มารับ เราต้องเป็นคนออกค่าแท็กซี่...จ่ายไปหนึ่งใบ (หมื่นเยน = 3100บาท) Tongue out น้ำตาแทบร่วง ค่าแท็กซี่ 3100 อ่ะ คิดดู ประเทศไทยไปไกลสุดยังแค่ 200เองนะ ฮือๆ
 
ปล. เศร้าซ้ำซ้อน : ตอนวันสุดท้ายที่เรากลับจากญี่ปุ่นอ่ะ ป้าก็ไปส่งเราที่สถานีรถไฟนาริตะ (ที่เดียวกับที่จอดรถทิ้งไว้ตอนมารับ) แล้วจากนั้นเราก็นั่งรถไฟเข้าไปสนามบิน...ราคา 190 เยน... ป้าจ๋า...ทำไมป้าไม่นั่งรถไฟมารับหนูล่ะจ๊ะ T^T!
 
บันทึก 'บ้านสไตล์ญี่ปุ่นของป้า'
 

บ้านหลังนี้มีประชากรอยู่ 6 คน(ป้า สามีเขา ลูกสอง และพ่อแม่สามีของป้า) และแมวอีก 3 ตัว (วันกลับมันคลอดมาอีก 4 เป็น 7 ตัวถ้วนจ่ะ)
 
 
 
บอกตามตรงว่าโดยรวมแล้วชอบบ้านป้านะ (เนื่องจากหลงใหลความเป็นญี่ปุ่น) ทางเข้าบ้านจะมีเกงคัง (พื้นที่ถอดรองเท้าอ่ะ) และประตูเอย รกกะ (ทางเดิน) อะไรพวกนี้ ญี่ปุ่นหมดเยยย
 
 
 
ห้องน้ำมีห้องเดียวแถมไม่มีที่ล็อก ฮ่ะๆๆๆ โคตรกลัวเลย อาบๆ อยู่จะมีคนเปิดเข้ามามั้ย!
ส่วนห้องส้วมมีสองชั้น ป้าบอกให้ไปใช้ชั้นสอง เพราะชั้นล่าง บ้าจัง(ย่า) จี้จัง(ปู่) เขาใช้ มันเลยไม่ค่อยสะอาดเท่าไหร่
แล้วด้วยความที่ห้องที่ป้าจัดไว้ให้อยู่ชั้นหนึ่ง ทุกเช้าเวลาตื่นนอน ลำบากมากที่ต้องเดินไปเข้าชั้นสอง T^T สายล้างตูดไม่มี ถ้าอยากล้างต้องในห้องอาบน้ำเบย ค่อนข้างทุลักทุเลทีเดียว 
(อันนี้บอกตรงๆ เลยนะ เวลาจะขี้นี่เลือกไปขี้ในห้างอ่ะ เพราะชุกโครกมันมีเครื่องฉีดน้ำ ฮือๆ)
 
_______________________________
 
สิ่งแรกหลังมาถึงบ้านป้าคือ ทักทายคนในบ้าน ไปอาบน้ำ และเข้านอนทันที (เที่ยงคืนแล้ว)
 
 
ชุดนอนที่ป้าให้มา อุ่นมากๆๆๆ ถ้าใส่ที่ไทยอาจเหงื่อออกจนตายได้ 5555
แต่ว่านะ...ห้องที่เรานอนน่ะ ไม่มีแอร์...มีแต่ฮิตเตอร์ ไอ้อย่างหน้าหนาวมันก็อยู่ได้หรอก แต่ว่าหน้าร้อนนี่ทำไง Laughing
 
เจอกันตอนหน้าค่ะ
_______________________________________
 
จะดีใจมาก หากผู้ที่แวะเข้ามาอ่านจะกรุณาคอมเม้นให้ความเห็นอะไรบางอย่าง ^_^
 
 
 

Comment

Comment:

Tweet

ถ้าเป็นเรานะ บอกตรงๆ ว่ากลัว <span style="white-space: pre;"> </span>555 พี่เก่งมากเลย

#3 By Envy nun (171.99.1.84) on 2013-10-05 19:34

กรี๊ดดดดดดด~ สนุกๆๆๆ อยากอ่านอีก>///<
รออ่านตอนต่อไปน้าาาา

#2 By iii (1.20.137.62) on 2013-10-05 18:51

ดูป่วนจริงๆค่ะ >__< รอตอนต่อไป

#1 By xxx (1.0.202.45) on 2013-10-05 17:35

Code Here.