ขอวี'เมกา ก่อนจบปี4

posted on 19 Mar 2016 18:29 by mocha-mocha directory Travel, Knowledge, Diary

ขอบันทึกเรื่องราวการขอวีซ่าหน่อย เพื่อเป็นการตอบแทนที่เราไปสูบข้อมูลคนอื่นมาเยอะ

วันนี้อยากจะเขียนข้อมูลให้คนอื่นได้สูบบ้าง 555

คือเราอ่านกระทู้มากมายใน Pantip ว่าทำยังไงถึงจะขอ วีซ่าอเมริกา ผ่าน

ต่างคนก็ต่างเคสไป เคสนักศึกษาก็มีเยอะ เคสคนที่เพิ่งเรียนจบ ยังไม่มีงานทำ หรือทำฟรีแลนซ์ ก็พอมีให้อ่านบ้าง

แต่ไม่เห็นมีใครเขียนถึงเคสที่ "กำลังจะจบปี4เลย"

คือก่อนจะขอ นี่วิตกกังวลมากมาย กลัวโดนทางสถานทูตมองว่า เราจะไปเป็นโรบินฮูด เพราะอีกแค่ 3 เดือนก็จะเรียนจบแล้ว

จะไม่เหลือ "ภาระผูกพันธ์" ในประเทศไทยแล้ว (ไม่มีหลักฐานยืนยันว่าจะกลับมา)

แล้วที่เราขอ เรากรอกว่าจะไปเดือนเมษา (เดือนหน้า) แต่ไม่ได้จะไปจริงๆ หรอก เราแค่อยากขอวีอเมริกาไว้ก่อน เพราะรู้ว่าถ้าหมดสภาพนักศึกษาแล้วมันขอยากกว่า!

 

อ่ะ มาดูประวัติของเราก่อน (จะได้เปรียบเทียบข้อดีข้อด้อยกับตัวเองได้ 55)

นักศึกษาปี4 มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ (ABAC) พาสปอร์ตที่ส่งให้ทางสถานทูตมีการเดินทางไปประเทศญี่ปุ่นทั้งหมด 5 ครั้ง , จีน 1 ครั้ง , ฮ่องกง 1 ครั้ง (ทุกครั้งในแต่ละประเทศ จะอยู่ประมาณ 7-12 วัน) 

จากที่เราหาข้อมูลมาหนักมาก...เราว่าชื่อมหาลัยอาจจะมีส่วน เพราะ 99% ของเด็ก ABAC ขอวีผ่าน ได้ 10 ปี ทุกคนเลย โดยไม่ขอดูสเตจเม้นซักนิด

ขอข้ามขั้นตอนรายละเอียดการกรอก DS160 นะคะ แต่แนะนำนิดนึงค่ะ กรอกเอง น่าจะดีกว่าจ้างบริษัทกรอกนะคะ เพราะเท่าที่รู้มา มีเพื่อน และเพื่อนของเพื่อน รวมทั้งหมด 3 คน จ้างบริษัทกรอก ไม่ผ่านทั้ง 3 คนเลย (ทั้ง 3 คนไม่ได้รู้จักกันนะคะ)

หลักๆ ที่เรากรอกไปก็คือ จะไปเมกา 12 วัน ไปเดือนเมษา (เรียนจบมิถุนา) ส่วนที่พักนั้นระบุว่า พักที่บ้านของเพื่อน และมีคุณแม่(คนละนามสกุล)เป็นสปอนเซอร์

เอกสารที่เราเตรียมไป

1.ใบรับรองนักศึกษา (จำเป็น)

2.บัตรประชาชน (จำเป็น - ใช้ตอนทางเข้า)

3.ใบ DS160 (จำเป็น)

4.ใบนัดสัมภาษณ์ (จำเป็น)

5.บิลด์ตอนจ่ายเงินค่าวีซ่า (เกือบหกพันบาท T^T) (จำเป็น)

6.สมุดบัญชีของเรากับแม่ (ไม่ได้ใช้)

7.ใบเปลี่ยนชื่อ ทะเบียนบ้าน พาสเล่มเก่าๆ (ไม่ได้ใช้)

8.จดหมายรับรองจากเพื่อนที่เราจะไปพักด้วย (ไม่ได้ใช้)

9.แพลนท่องเที่ยว (ไม่ได้ใช้)

และหนึ่งอย่างที่เค้าขอเรียกดู แต่เราไม่มีให้ "ทรานสคริป"!!!

 

มาดูบทสัมภาษณ์กัน

ตอนแรกสัมภาษณ์กับ จนท คนไทยก่อน ตรงนี้ไม่มีอะไรมาก เหมือนเค้าเช็คว่าข้อมูลที่เราตอบ มันตรงกับที่เรากรอกใน DS160 รึป่าว (ถามว่า ไปทำอะไร , มาขอวีคนเดียวหรอ , คุณแม่เป็นสปอนเซอร์ใช่มั้ย แค่เนี้ย)

อ่ะ ทีนี้มาดูตอนสัมภาษณ์กับ จนท ที่จะเป็นคนตัดสินชี้ชะตาว่าจะได้วีหรือไม่ได้ เราได้เจ้าหน้าที่ฝรั่งที่ดูใจดีมีอารมณ์ขัน

จนท : เม...(ชื่อเรา) อัสสัมชัญยูนิเวอซิตี้?

เรา : ค่ะ

จนท : พูดภาษาอังกฤษได้มั้ย

เรา : ก็พอได้ค่ะ

จนท : จะไปทำอะไร (พูดอังกฤษก่อน แล้วก็ซับไทยตามมา 55)

เรา : เที่ยวค่ะ (ไทย)

จนท : ไปที่ไหน (ไทย)

เรา : ซานฟราน กับ เวกัส ค่ะ (ไทย)

จนท : ไปนานเท่าไหร่ (ไทย)

เรา : ประมาณ 12 วันค่ะ (ไทย)

หันไปพิมพ์คอม แล้วพูดต่อว่า

จนท : ขอผลการเรียน (อังกฤษ)

เราก็ยื่อนใบรับรองนักศึกษาไปให้ (มีแค่นี้ง่ะ)

จนท : ไม่มีเกรดมาโชว์หรอ (อังกฤษ)

เรา : ไม่ได้ขอทางมหาลัยมาค่ะ T^T

จนท : แล้วผมจะรู้ได้ยังไงว่าคุณเป็นนักศึกษาที่มีคุณภาพ

เรา : ...

แลวก็หันไปพิมพ์คอมอีกครั้ง (รู้สึก ซิบหัย มาก 55)

จนท : จะเรียนจบเมื่อไหร่ (ไทย)

เรา : จบมิถุนานี้ค่ะ ถ้าเทอมนี้เรียนผ่านหมดทุกวิชา (ไทย)

จนท : แล้วเคยไปประเทศไหนมาบ้าง (ไทย)

เรา : ญี่ปุ่น เกาหลี ฮ่องกง จีน สิงคโปร์ ค่ะ

หันไปพิมพ์คอม แล้วจากนั้นก็ยื่นใบรับรองนักศึกษามาคืน พร้อมกับยิ้มอ่อน

จนท : เราจะส่งพาสปอร์ตไปให้ภายใน 3 วันทำการ

 

แล้วในบ่ายวันเสาร์ พาสปอร์ตก็มาส่ง (สัมภาษณ์วันพฤหัส) เมื่อเปิดดู ก็พบกับวีซ่า 10 ปี เฮ่ ^O^!!!

 

Comment

Comment:

Tweet

Code Here.